Tesla ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อรายงานล่าสุด โดยชี้แจงว่าความร่วมมือระหว่าง Tesla กับ Baidu ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนนั้นจำกัดอยู่แค่ระบบนำทางด้วยแผนที่เท่านั้น โดยคำชี้แจงนี้ขัดแย้งกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่บ่งชี้ถึงความร่วมมือที่กว้างขึ้นซึ่งมุ่งเป้าไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ Full Self-Driving (FSD) ของ Tesla ในประเทศจีน

คำชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่รายงานของ Reuters ระบุว่า Tesla กำลังร่วมมือในเชิงลึกกับ Baidu เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการทำแผนที่ขั้นสูงของ Baidu ตามรายงานระบุว่าเป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้คือเพื่อแก้ไขความท้าทายที่เทคโนโลยี FSD ของ Tesla เผชิญในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพถนนในจีน
รายงานของ Reuters ระบุรายละเอียดว่าความร่วมมือระหว่าง Tesla และ Baidu มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงซอฟต์แวร์ FSD เวอร์ชัน 13 โดยอ้างว่า Baidu ได้ส่งทีมวิศวกรการทำแผนที่ไปยังสำนักงานของ Tesla ในปักกิ่ง เพื่อรวมข้อมูลแผนที่นำทางของ Baidu ซึ่งรวมถึงเครื่องหมายเลนและข้อมูลสัญญาณไฟจราจรเข้ากับระบบ FSD รายงานระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงความสามารถของ FSD ในการนำทางเครือข่ายถนนที่ซับซ้อนของจีนโดยใช้ข้อมูลแผนที่ที่แม่นยำและแบบเรียลไทม์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทาง Tesla ปฏิเสธข่าวการร่วมกับ Baidu อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าความร่วมมือนี้ไม่ได้ขยายไปถึงการปรับปรุงระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ
การปฏิเสธนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าของ Tesla ในจีน (บางคน) ได้ออกมา วิจารณ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ รายงานระบุว่าซอฟต์แวร์ FSD V13 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในจีนไม่นานนี้ ไม่ได้ออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศจีน ซึ่งอาจทำให้เกิดการทำผิดฎจราจรในขณะที่รถอยู่ในโหมดช่วยขับขี่ เช่น ฝ่าไฟแดง หรือการเปลี่ยนเลนแบบไม่ถูกต้อง จนทำให้เจ้าของรถ Tesla ต้องเสียค่าปรับ

ที่มา Carnewschina