BYD แซง Tesla ทำยอดขายรถ BEV สูงสุดของโลก 2 ไตรมาสติดต่อกัน

BYD ได้รักษาตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลกเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน (6 เดือน) ซึ่งยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในของความนิยมในรถไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลอดปี 2025 ยอดขายของ BYD จะเพิ่มขึ้นต่อเรื่อง และแน่นอนมันได้แซง Tesla ไปแล้ว

โดย BYD มอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวน 416,388 คันในไตรมาสแรกของปี 2025 แซงหน้า Tesla ที่ส่งมอบรถยนต์ 336,681 คันในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวสืบเนื่องจากความสำเร็จของ BYD ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 เมื่อส่งมอบ BEV ได้ 595,413 คัน เมื่อเทียบกับ 495,570 คันของ Tesla

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารายไตรมาสของ BYD แซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 4 ปี 2023 โดยมียอดขาย 595,413 คัน เทียบกับการส่งมอบ 484,507 คันของ Tesla อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวกลับทิศทางในไตรมาสถัดมา โดย Tesla มียอดขายเหนือกว่า BYD เล็กน้อยในยอดขายทั้งปี ยอดขาย BEV ของ BYD อยู่ที่ 1,764,992 คันในปี 2024 ในขณะที่ยอดขายของ Tesla อยู่ที่ 1,789,226 คัน

คาดการณ์ว่า BYD จะแซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในฐานะแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ชั้นนำของโลกโดยรับยอดขายตลอดปี 2025 โดยครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 15.7%” ตามการคาดการณ์ Global Passenger EV ล่าสุดของ Counterpoint Research “เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ BYD ที่เกิดขึ้นจากความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและรูปแบบการผลิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภายในประเทศที่แข็งแกร่ง”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BYD ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคือระบบชาร์จเร็ว ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในประสิทธิภาพของ BEV ระบบนี้มีสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 1,000V แบตเตอรี่อัตราการชาร์จ 10C ชิปพลังงานซิลิกอนคาร์ไบด์ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท BYD

ในขณะเดียวกัน Tesla ก็เผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ตำแหน่งทางการเมืองที่ขัดแย้งของซีอีโอ อีลอน มัสก์ กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้จากผู้บริโภคในตลาดสำคัญ โดยข้อมูลในช่วงต้นปี 2025 แสดงให้เห็นว่ายอดขายในสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัว รวมถึงข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น และภาษีที่เพิ่มขึ้นสำหรับส่วนประกอบรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานของ Tesla ได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้คาดว่ายอดขายของ Tesla ในปี 2025 จะลดลงเพราะส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้าและการเมือง

ที่มา Carnewschina