BYD ขายรถนั่งส่วนบุคคลได้เกือบล้านคันในไตรมาสที่ 1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ยอดส่งออกพุ่ง 111%

BYD ยังคงเดินหน้าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการรายงานว่า BYD ทำยอดขายรถ EV ไปได้ 377,420 คันทั่วโลกในเดือนมีนาคม ส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสแรกอยู่ที่เกือบ 1 ล้านคัน บริษัทส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า 206,084 คัน ทำลายสถิติเพิ่มขึ้น 111% จากไตรมาสแรกของปี 2024

ในไตรมาสที่ 1 ปี 2025 ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานอยู่ในเซินเจิ้นสามารถจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ 416,388 คัน เพิ่มขึ้น 39% จาก 300,114 คันในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์คิดเป็น 42.2% ลดลงจาก 48.1% ในไตรมาสที่ 1 ของปีก่อน

ยอดขาย PHEV สำหรับผู้โดยสารอยู่ที่ 569,710 คัน เพิ่มขึ้น 76% จาก 324,284 คันในไตรมาส 1 ปี 2567 ยอดขาย PHEV คิดเป็น 57.8% เพิ่มขึ้นจาก 51.9% ก่อนหน้านี้ทาง BYD ยุติการผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในในเดือนเมษายน 2022 และจำหน่ายเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน (PHEV) เท่านั้น

BYD ขายรถได้ 3 ล้านคันในปี 2023, 4.3 ล้านคันในปี 2024 และคาดว่าจะส่งมอบได้ประมาณ 5.5 ล้านคันในปี 2025 และ 6.5 ล้านคันในปี 2026 โดย ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2568 BYD ขายรถยนต์ได้ 377,420 คัน ในจำนวนนี้ 371,419 คัน เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากเดือนกุมภาพันธ์ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.1 จากปีก่อน

BYD ผลิตรถได้ 395,091 คันในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 จาก 296,253 คันเมื่อปีที่แล้ว ความแตกต่างระหว่างการผลิตกับการขายอยู่ที่ 17,671 คัน โดยยอดส่งออกของ BYD ในเดือนมีนาคมมีจำนวน 72,723 คัน เพิ่มขึ้นเกือบ 90% จาก 38,434 คันในเดือนเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8.5% จากเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายเดือนสำหรับการส่งออก BYD อีกด้วย

ที่มา Carnewschina